แอสตัน วิลล่า พักเรื่องฟอร์มการเล่นที่ไม่สู้ดีนักในพรีเมียร์ลีกไว้ชั่วคราว แล้วประเดิมสนามในศึกแชมเปียนส์ลีกด้วยชัยชนะอันดุเดือดเหนือคลับ บรูช 3-2
หลังจากที่ทำประตูไม่ได้เลยในเกมลีก 3 นัดหลังสุด ลูกทีมของอูไน เอเมรี่ ไม่มีปัญหาเรื่องการจบสกอร์ในเกมที่เบลเยียม โดยได้ประตูจากจอห์น แม็คกินน์, เอมิเลียโน่ บูเอนเดีย และนิโคลัส แจ็คสัน ซึ่งรายหลังถือเป็นประตูแรกของเขากับสโมสร
บูเอนเดียยิงโค้งหลุดกรอบไปในจังหวะลุ้นประตูครั้งแรกของวิลล่า แต่พวกเขาก็มาได้ประตูขึ้นนำในนาทีที่ 11 เปา ตอร์เรส พาบอลขึ้นมาถึงหน้ากรอบเขตโทษก่อนจ่ายให้แม็คกินน์ ซึ่งแปบอลจังหวะเดียวเสียบมุมซ้ายล่างเข้าไป
จากนั้น จอร์จ เฮมมิงส์ พลาดโอกาสทำประตูหนีห่างเป็น 2-0 ถึงสองครั้ง โดยครั้งแรกยิงไปติดเซฟของยานน์ ซอมเมอร์ และอีกครั้งยิงหลุดเสาไกลออกไป ก่อนที่ฮูโก้ เวตเลเซ่นจะตีเสมอให้เจ้าถิ่นในนาทีที่ 19 ด้วยการยิงผ่านมือไซออน ซูซูกิ จากลูกเปิดของยาน เวอร์จิลี
ไม่ถึงสามนาทีต่อมา วิลล่ากลับมาขึ้นนำอีกครั้ง เมื่อบูเอนเดียสอดขึ้นมารับบอลที่จ่ายย้อนกลับมาของเจา โกเมส แล้วยิงผ่านซอมเมอร์เข้าไปในระยะเผาขน
แจ็คสันมีส่วนร่วมกับเกมด้วยลูกตอกส้นอันชาญฉลาด และยังทำประตูได้เองในช่วงสองนาทีก่อนหมดครึ่งแรก
ซอมเมอร์วิ่งออกมาตัดบอลยาวของตอร์เรส แต่แจ็คสันฉกบอลไปได้ก่อนแล้วกลิ้งบอลเข้าประตูโล่งๆ
คลับ บรูช ซึ่งเกือบได้ประตูจากคาร์ลอส ฟอร์บส์ มาตีเสมอได้หลังผ่านหนึ่งชั่วโมงของการแข่งขัน เมื่อนิโคโล เทรโซลดี สังหารจุดโทษเข้าไปหลังจากที่อารอน วาน-บิสซาก้า ทำแฮนด์บอล
จากนั้นเจ้าถิ่นก็โหมบุกหนัก ซูซูกิเซฟลูกยิงของเวตเลเซ่นไว้ได้ และยังโชคดีที่ลูกโหม่งเช็ดของเทรโซลดีกระดอนเสามาเข้ามือเขาพอดี
วิลล่ายังคงอันตรายในจังหวะสวนกลับ ส่วนโอกาสสุดท้ายของคลับ บรูจจ์ คือลูกโหม่งเบาๆ ของเทรโซลดีที่ซูซูกิรับไว้ได้สบาย
สถานการณ์เริ่มตึงเครียดหลังจากเสียจุดโทษ แต่วิลล่าก็สมควรได้รับชัยชนะนัดนี้อย่างยิ่งจากการสร้างเกมรุกกดดันคู่แข่งอย่างต่อเนื่อง
พวกเขามีโอกาสยิง 21 ครั้งเทียบกับ 14 ครั้งของคลับ บรูช และเหนือกว่าในด้านค่าคาดหวังการทำประตู (xG) ที่ 3 ต่อ 1.46 ประตูของแจ็คสันกลายเป็นประตูชัย ซึ่งทำให้ตอนนี้เขามีสถิติทำไป 3 ประตู กับอีก 2 แอสซิสต์ จากการออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในแชมเปียนส์ลีกเพียง 3 นัดเท่านั้น